สมัครสมาชิก

สมัครสมาชิก

 

รุ่นที่ 8 (พ.ศ. 2558 – ปัจจุบัน)[แก้]

โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ (AN120/AN130)
2016 Toyota HiLux Invincible D-4D 4WD 2.4 Front.jpg
ภาพรวม
เรียกอีกชื่อTruckMasters OX (ฟินแลนด์)
เริ่มผลิตเมื่อ2558–ปัจจุบัน
แหล่งผลิตประเทศไทย: สมุทรปราการ
อาร์เจนตินา: ซาราเต
แอฟริกาใต้: เดอร์บัน
ปากีสถาน: การาจี
มาเลเซีย: ชะฮ์อาลัม
อินเดีย: บีดาดี
ผู้ออกแบบHiroki Nakajima (2556)
ตัวถังและช่วงล่าง
รูปแบบตัวถัง2 ประตู (S-Cab)
4 ประตู (C-Cab; D-Cab)
โครงสร้างเครื่องวางหน้า, ขับเคลื่อนล้อหลัง
เครื่องวางหน้า, ขับเคลื่อนสี่ล้อ
รุ่นที่คล้ายกันโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์
โตโยต้า อินโนวา
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์
ระบบเกียร์5- or 6-speed manual
6-speed iMT manual
5- or 6-speed automatic
มิติ
ระยะฐานล้อD-Cab: 3,085 mm (121.5 in)
ความยาวD-Cab: 5,335 mm (210.0 in)
ความกว้างD-Cab: 1,855 mm (73.0 in)
ความสูงD-Cab 1,820 mm (71.7 in)

โตโยต้า ไฮลักซ์ โฉมที่ 8 ได้เผยโฉมครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ที่ศูนย์การแสดงนิทรรศการ ไบเทค บางนา[1] และได้เริ่มจำหน่ายวันแรก เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 และในวันเปิดตัวก็มีการถ่ายทอดสดผ่านทางฟรีทีวีให้ผู้ชมได้รับชมด้วย อีกทั้งได้จัดงานเปิดตัวใน 4 จังหวัด 4 ภาค คือที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา[1] โฉมนี้ได้ใช้ชื่อท้ายรุ่นว่า ​รีโว่​ (Revo)

22 มีนาคม พ.ศ. 2559 ได้เพิ่มรุ่น TRD Sportivo มาพร้อมกับชุดแต่งรอบคัน ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมกับช่วงล่าง DCS พัฒนาใหม่ ออกแบบและพัฒนาโดย TRD

ต่อมาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 ได้ทำการปรับอุปกรณ์ในรุ่น E เช่น แผงตกแต่งคอนโชลภายใน จากสีดำเป็นสีโครเมื่ยม เพิ่มรุ่นย่อย E Plus และ ลดอุปกรณ์เลือกเพิ่มในรุ่น J,J Plus และ E เช่น ระบบไฟส่องสว่างหลังดับเครื่องยนต์/ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ/ระบบปรับไฟสูง-ตํ่าอัตโนมัติ/ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL (Daytime Running Light) ส่วนรุ่น Double Cab 2.4 G ยกสูง และรุ่น Smart Cab G ยกสูง ได้ปรับเปลี่ยนไฟหน้าใหม่ จากเดิม ไฟหน้าฮาโลเจนมัลติรีเฟลกเตอร์ มาเป็น ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ LED พร้อม ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL (Daytime Running Light) แบบ LED แทน

ต่อมาในกลางเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ได้เพิ่มรุ่นมาตรฐาน 2.4 J แค็บและแชสซีส์ ในราคา 516,000 บาท

ต่อมาในกลางเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2560 ได้ปรับเล็กน้อยเช่น กระจกไฟเลื้ยวรมดำ เพิ่มไฟส่องห้องโดยสารเปิดอัตโนมัติ และไฟส่องตำแหน่งกุญแจในรุ่น J Plus ยกเลิกรุ่น 2.7 Double Cab 4X2

รุ่นปรับโฉม (2017)[แก้]

2017 ปรับโฉม

หลังจากยอดขาย Isuzu D-Max แซงเป็นอันดับ 1 แทน Toyota Hliux Revo จึงต้องรีบปรับโฉมอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เช่น กระจังหน้า,กันชนหน้า,ไฟตัดหมอก เป็นดีไชน์ใหม่หมด ส่วนรุ่น MY2017 ชึ่งมาในโฉมเดิมแต่เพิ่มอุปกรณ์เลือกเพิ่มให้มากขึ้นรวมถึงการเพิ่มรุ่น Rocco เครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ทั้งแบบ Double Cab และ Smart Cab

วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561 Toyota Hilux Revo ได้เปลื่ยนเกียร์ธรรมดาจาก 5 เป็น 6 สปีด ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เพิ่มเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ในรุ่นมาตรฐาน ขับเคลื่อน 2 ล้อ, Smart Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ, Double Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกเลิกรุ่น MY2017 และ รุ่นเครื่องยนต์ 2.7 ลิตร ส่วนรุ่น 2.8 G Double Cab มีการเพิ่มระบบ T-Connect Telematics รวมถึงการเพิ่มรุ่น Rocco 2.4 ลิตร

วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2562 เปิดตัวรุ่น Z Edition ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ทั้ง Smart Cab และ Double Cab ปรับกันชนหน้าและกระจังหน้าดีไซน์ใหม่

วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562 โตโยต้าได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดมลพิษทางอากาศมาโดยตลอด จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20

วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เปิดตัวรุ่นแต่งพิเศษ ECU ULTRA BOOST โดยกล่องเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ จะทำงานร่วมกับ ECU หลักของเครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มพละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า 518 นิวตันเมตร

รุ่นปรับโฉมครั้งที่ 2 (2020)[แก้]

2020 ปรับโฉม

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เป็นการปรับโฉม Minorchange รอบที่ 2 คราวนี้ทำการเปลี่ยนงานออกแบบด้านหน้าตัวรถอีกครั้ง พร้อมกับการจูนเครื่องยนต์ใหม่ ให้มีพละกำลังแรงขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ด้านท้ายรถยังมีการเปลี่ยนดีไซน์ไฟท้ายใหม่อีกด้วย

งานดีไซน์ของ Toyota Hilux REVO Minorchange มีความเปลี่ยนแปลงดังนี้ เช่น ไฟหน้า Bi-Beam LED, กระจังหน้า, กันชนหน้า, ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว และ ไฟท้าย ดีไซน์ใหม่

ส่วนภายในห้องโดยสาร แดชบอร์ดจะใช้ดีไซน์เดิม แต่มีการเปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆ เล็กน้อย เช่น ชุดมาตรวัด, หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว, วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร ดีไซน์ใหม่ และ ระบบเครื่องเสียง รองรับ Apple CarPlay™ และ Android Auto™

นอกเหนือจากงานดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนสำคัญที่มีการปรับเปลี่ยนเป็นครั้งแรก นับจากที่ Toyota Hilux REVO เปิดตัวคือ ” เครื่องยนต์ ” จะมีการจูนเพิ่มพละกำลังในเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร VN เทอร์โบ รหัส 1GD-FTV Super Power เพิ่มพละกำลัง เป็น 204 แรงม้า 500 นิวตันเมตร (เพิ่มจากเดิม 27 แรงม้า 50 นิวตันเมตร)

และยังติดตั้งระบบ Toyota SAFETY SENSE มาให้ใน Toyota Hilux REVO รุ่น ROCCO

  • ระบบความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุ Toyota Safety Sense

ระบบความปลอดภัยก่อนการชน และ เบรกอัตโนมัติ Pre-Collision System

ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ Lane Keeping Assist

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน Dynamic Radar Cruise Control

Hilux Revo Gazoo Racing Sport[แก้]

ล่าสุด Toyota ประเทศไทย เตรียมเปิดตัว Hilux Revo เพิ่มรุ่นพิเศษ GR Sport เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย 25 สิงหาคม 2564

    • กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถดีไซน์ใหม่ พร้อมตัวหนังสือ TOYOTA และสัญลักษณ์ GR
    • กันชนหน้าพร้อมชุดตกแต่ง และกันชนหลังสีดำเมทัลลิก
    • ชุดตกแต่งซุ้มล้อสีเดียวกับตัวรถตกแต่งด้วยสีดำเมทัลลิก
    • กระจกมองข้างสีดำเมทัลลิก ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ Welcome Light
    • เสาอากาศแบบ Shark Fin
    • สัญลักษณ์ GR และ GR Sport บริเวณด้านข้างและฝาท้าย
    • สปอร์ตบาร์สีดำเมทัลลิกพร้อมไฟส่องสว่าง LED และพื้นปูกระบะ
    • ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่แบบ GR Sport
    • สติ๊กเกอร์ด้านข้างและท้ายกระบะ ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport
    • กุญแจรีโมท Smart Key ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport (เฉพาะรุ่น 4x4)

-ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ (Hi-Floor (4x4)) ราคา 1,299,000 บาท

-ไฮลักซ์ รีโว่ GR Sport ขับเคลื่อน 2 ล้อ (Lo-Floor) ราคา 889,000 บาท

ต่อมาในเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2564 Toyota Hilux Revo ได้ทำการปรับเพิ่มอุปกรณ์ในรุ่นยกสูงทั้ง Rocco , PreRunner , 4x4 ขับเคลื่อน 4 ล้อ (ในรูปแบบ MY2022) เช่น กระจังหน้าสีโครเมี่ยมและดำเงา (เพิ่มในรุ่นเกรด Entry ขึ้นไป) , ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Bi-Beam LED (เพิ่มในรุ่นเกรด Entry ขึ้นไป) , เบาะนั่งแบบหนังสังเคราะห์แท้สีดำพร้อมปรับระดับไฟฟ้า 8 ทิศทางฝั่งผู้ขับขี่ (เพิ่มในรุ่นเกรด Mid ขึ้นไป) , เครื่องปรับอากาศแบบ Dual Zone (2 โซน) แยกอิสระ ซ้าย-ขวา (ในรุ่น Rocco และ รุ่นเกรด High) , กล้องมองรอบทิศทาง Panoramic View Momitor 360 องศา (ในรุ่น Rocco และ รุ่นเกรด High) , ระบบแจ้งเตือนในมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง Blind Spot Monitor (ในรุ่น Rocco และ รุ่นเกรด High) , ระบบแจ้งเตือนในขณะถอยรถหรือมีรถในจุดอับสายตา Rear Cross Traffic Alert (ในรุ่น Rocco และ รุ่นเกรด High) , เซ็นเซอร์เตือนกะระยะ 6 จุดรอบคัน Park Sensor (เพิ่มในรุ่นเกรด Mid ขึ้นไป)

ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.